สมาคมนิสิตเก่าคณะประมง
(Kasetsart University Faculty of Fisheries Alumni Association) “KUFA”
ข้อบังคับ
สมาคมนิสิตเก่าคณะประมง มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์
............................................
หมวดที่ 1
ความทั่วไป
ข้อ 1. สมาคมนี้มีชื่อว่า “สมาคมนิสิตเก่าคณะประมง มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์” ใช้อักษรย่อว่า“ ส.ปม. มก.”
มีชื่อภาษาอังกฤษว่า “ Kasetsart University Faculty of Fisheries Alumni Association” ใช้อักษรย่อว่า
“KUFA”
ข้อ 2. เครื่องหมายของสมาคมมีลักษณะเป็นรูป ดั่งเอกสารแนบ
ข้อ 3. สำนักงานใหญ่ของสมาคม ตั้งอยู่ ณ คณะประมง มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์
เลขที่ 50 ถนนพหลโยธิน แขวงลาดยาว เขตจตุจักร กรุงเทพฯ 10900
ข้อ 4. วัตถุประสงค์ของสมาคม เพื่อ
4.1 เป็นศูนย์กลางทางด้านการสื่อสัมพันธ์ สำหรับนิสิตเก่าคณะประมง มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ทุกระดับ
และประสานความสัมพันธ์ระหว่างนิสิตเก่า นิสิตปัจจุบันและคณาจารย์
4.2 สนับสนุนการเรียนการสอนและการจัดกิจกรรมของคณะประมง เพื่อเสริมสร้างการผลิตบัณฑิตให้มีคุณภาพ
คุณธรรม เสียสละเพื่อส่วนรวม และมีวุฒิภาวะสู่ระดับนานาชาติ
4.3 ส่งเสริมและให้บริการวิชาการด้านการประมงแก่ชาวประมง ผู้เพาะเลี้ยงสัตว์น้ำ ผู้ประกอบการที่เกี่ยวข้อง
และผู้สนใจ
4.4 ช่วยเหลือผู้ประสบภัยพิบัติต่างๆ ตามโอกาสและฐานะของสมาคม
ทั้งนี้ ไม่ดำเนินการใดๆ ที่เกี่ยวกับการเมือง การฌาปนกิจสงเคราะห์ การพนัน การหาผลกำไรมาแบ่งปันกัน ตลอดจนไม่ทำให้เสื่อมเสียศีลธรรมจารีตประเพณี
และวัฒนธรรมอันดีงามของชาติ
หมวดที่ 2 สมาชิก
ข้อ 5. สมาชิกของสมาคมมี 3 ประเภท คือ
5.1 สมาชิกสามัญ ได้แก่ บุคคลที่เคยศึกษาในหลักสูตรของคณะประมง มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์
5.2 สมาชิกวิสามัญ ได้แก่ อาจารย์
5.3 สมาชิกกิตติมศักดิ์ ได้แก่ บุคคลที่ทรงเกียรติหรือทรงคุณวุฒิ ข้อ 6. สมาชิกจะต้องประกอบด้วยคุณสมบัติ ดังต่อไปนี้
6.1 มีคุณสมบัติตามข้อ 5 (5.1) (5.2) หรือ (5.3) แล้วแต่กรณี
6.2 มีความประพฤติเรียบร้อย
6.3 ไม่ติดยาเสพติดให้โทษ
6.4 ไม่เป็นคนวิกลจริต หรือจิตฟั่นเฟือน ไม่สมประกอบ
6.5 ไม่เป็นผู้ต้องรับอาญาจำคุกโดยคำพิพากษาโทษจำคุก เว้นแต่ความผิดลหุโทษ ความผิดอันได้กระทำขึ้น
โดยประมาท ข้อ 7. สมาชิกสมาคมทุกประเภท มิต้องเสียค่าลงทะเบียนและค่าบำรุงสมาคมแต่อย่างใดทั้งสิ้น
ข้อ 8. การเข้าเป็นสมาชิกของสมาคม ให้ผู้ประสงค์จะสมัครเข้าเป็นสมาชิกของสมาคมยื่นใบสมัครตามแบบของสมาคม
ต่อเลขานุการ โดยมีกรรมการของสมาคมรับรอง 2 คน เสนอต่อที่ประชุมคณะกรรมการเพื่อพิจารณาอนุมัติว่าจะรับ
หรือไม่รับเข้าเป็นสมาชิกของสมาคม และเมื่อคณะกรรมการพิจารณาการสมัครแล้วผลเป็นประการใด ให้เลขานุการ
เป็นผู้แจ้งให้ผู้สมัครทราบโดยเร็ว ข้อ 9. ถ้าคณะกรรมการพิจารณาอนุมัติให้รับผู้สมัครเข้าเป็นสมาชิก สมาชิกภาพของผู้สมัครให้เริ่มนับตั้งแต่วันที่มีมตินั้น
ข้อ 10. สมาชิกภาพของสมาชิกกิตติมศักดิ์ให้เริ่มนับตั้งแต่วันที่หนังสือตอบรับคำเชิญของผู้ที่คณะกรรมการได้พิจารณาลงมติ
ให้เชิญเข้าเป็นสมาชิกของสมาคม ได้มาถึงยังสมาคม ข้อ 11. สมาชิกภาพของสมาชิกให้สิ้นสุดลงด้วยเหตุต่อไปนี้
11.1 ตาย
11.2 ลาออก โดยยื่นหนังสือเป็นลายลักษณ์อักษรต่อคณะกรรมการ และคณะกรรมการได้พิจารณาอนุมัติและ
สมาชิกผู้นั้นได้ชำระหนี้สินที่ยังติดค้างอยู่กับสมาคมเป็นที่เรียบร้อย
11.3 ขาดคุณสมบัติสมาชิก
11.4 ที่ประชุมใหญ่ของสมาคม หรือคณะกรรมการได้พิจารณาลงมติให้ลบชื่อออกจากทะเบียนเพราะสมาชิกผู้นั้น
ได้ประพฤตินำความเสื่อมเสียมาสู่สมาคม
ข้อ 12. สิทธิและหน้าที่ของสมาชิก
12.1 มีสิทธิเข้าใช้สถานที่ของสมาคมโดยเท่าเทียมกัน
12.2 มีสิทธิเสนอความคิดเห็นเกี่ยวกับการดำเนินการของสมาคมต่อคณะกรรมการ
12.3 มีสิทธิได้รับสวัสดิการต่างๆ ที่สมาคมจัดให้มีขึ้น
12.4 มีสิทธิเข้าร่วมประชุมใหญ่ของสมาคม
12.5 มีหน้าที่จะต้องประพฤติปฏิบัติตามระเบียบปฏิบัติ และข้อบังคับของสมาคมโดยเคร่งครัด
12.6 มีหน้าที่ประพฤติตนให้สมกับเกียรติที่เป็นสมาชิกของสมาคม
12.7 มีหน้าที่ให้ความร่วมมือ และสนับสนุนการดำเนินกิจการต่างๆ ของสมาคม
12.8 มีหน้าที่ร่วมกิจกรรมที่สมาคมจัดให้มีขึ้น
12.9 มีหน้าที่ช่วยเผยแพร่ชื่อเสียงของสมาคมให้เป็นที่รู้จักอย่างแพร่หลาย
12.10 สมาชิกสามัญมีสิทธิในการเลือกตั้งหรือได้รับการเลือกตั้ง หรือแต่งตั้งเป็นกรรมการสมาคมและมีสิทธิออกเสียง
ลงมติต่างๆ ในที่ประชุมได้คนละ
1 คะแนนเสียง
12.11 สมาชิกสามัญมีสิทธิร้องขอต่อคณะกรรมการเพื่อตรวจสอบเอกสารและบัญชีทรัพย์สินของสมาคม
12.12 สมาชิกสามัญมีสิทธิเข้าชื่อร่วมกันร้องขอต่อคณะกรรมการให้จัดประชุมใหญ่วิสามัญได้
หมวดที่ 3
การดำเนินกิจการสมาคม
ข้อ 13. ให้มีคณะกรรมการคณะหนึ่ง ทำหน้าที่บริหารกิจการของสมาคมมีจำนวนอย่างน้อย 15 คน อย่างมากไม่เกิน 30 คน
โดยในที่ประชุมใหญ่ของสมาคมจะเลือกตั้งเฉพาะตำแหน่งนายกสมาคมเท่านั้น การเลือกตั้งนายกสมาคมนั้น
ให้สมาชิกสามัญในที่ประชุมใหญ่เสนอรายชื่อสมาชิกผู้มีสิทธิโดยมีสมาชิกสามัญรับรองอย่างน้อย 2 คน คัดเลือก
โดยใช้วิธีออกเสียงลงคะแนน ผู้ที่ได้รับคะแนนสูงสุดได้เป็นนายกสมาคมและในกรณีมีการเสนอชื่อผู้มีสิทธิ
เพียงคนเดียวให้ถือว่าผู้นั้นได้เป็นนายกสมาคม
โดยไม่ต้องออกเสียงลงคะแนน สำหรับกรรมการในตำแหน่งอื่นๆ
ให้นายกสมาคมเป็นผู้แต่งตั้ง ซึ่งตำแหน่งของกรรมการสมาคมมีตำแหน่งและหน้าที่โดยสังเขปดังต่อไปนี้
13.1 นายกสมาคม ทำหน้าที่เป็นหัวหน้าในการบริหารกิจการของสมาคม เป็นผู้แทนสมาคมในการติดต่อกับ
บุคคลภายนอก และทำหน้าที่เป็นประธานในการประชุมคณะกรรมการ และการประชุมใหญ่ของสมาคม
13.2 อุปนายก ทำหน้าที่แทนนายกสมาคม เมื่อนายกสมาคมไม่อยู่ หรือไม่สามารถปฏิบัติหน้าที่ได้ แต่การทำหน้าที่
แทนนายกสมาคม ให้อุปนายกตามลำดับตำแหน่งเป็นผู้กระทำการแทน
13.3 เลขาธิการและผู้ช่วยเลขาธิการ ทำหน้าที่ดำเนินงานของสมาคมตามที่นายกสมาคมหรืออุปนายกจะกำหนด
มอบหมายให้ และมีหน้าที่ติดต่อกับสมาชิกและบุคคลภายนอกในกิจการทั่วๆไป รักษาระเบียบและข้อบังคับ
นัดประชุมกรรมการ
บริหารสมาคม โดยแจ้งระเบียบวาระล่วงหน้าไม่น้อยกว่า 3 วัน เว้นแต่เป็นการด่วน
จะนัดประชุมเร็วกว่านั้นก็ได้ จดบันทึกการประชุม ดำเนินการให้เป็นไปตามมติของ
คณะกรรมการบริหาร
สมาคมหรือของสมาชิก และเป็นผู้รักษาสรรพเอกสารของสมาคมมิให้สูญหายและเปิดเผยเว้นแต่จะได้อนุญาต
จากคณะกรรมการบริหารสมาคม
13.4 เหรัญญิก ทำหน้าที่เกี่ยวกับการเงินทั้งหมดของสมาคม เป็นผู้จัดทำบัญชี รายรับ รายจ่าย บัญชีงบดุลของ
สมาคม และเก็บเอกสารหลักฐานต่างๆ ของสมาคมไว้เพื่อตรวจสอบ
13.5 ปฏิคมและผู้ช่วยปฏิคม ทำหน้าที่ในการให้การต้อนรับแขกของสมาคม เป็นหัวหน้าในการจัดเตรียมสถานที่
ของสมาคมและจัดเตรียมสถานที่ประชุมต่างๆ ของสมาคม
13.6 นายทะเบียน ทำหน้าที่เกี่ยวกับทะเบียนสมาชิกทั้งหมดของสมาคม
13.7 ประชาสัมพันธ์ และผู้ช่วยประชาสัมพันธ์ ทำหน้าที่เผยแพร่กิจการ และชื่อเสียงเกียรติคุณของสมาคมให้
สมาชิกและบุคคลโดยทั่วไปให้เป็นที่รู้จักแพร่หลาย
13.8 สวัสดิการ ทำหน้าที่ในการจัดการหรือจัดหาสวัสดิการและดำเนินการอื่นๆ อันเป็นการสงเคราะห์ช่วยเหลือ
ให้แก่สมาชิกของสมาคม
13.9 กรรมการตำแหน่งอื่นๆ ตามความเหมาะสมซึ่งคณะกรรมการเห็นสมควรกำหนดให้มีขึ้นโดยมีจำนวนเมื่อ
รวมกับตำแหน่งกรรมการตามข้างต้นแล้ว จะต้องไม่เกินจำนวนที่ข้อบังคับได้กำหนดไว้ แต่ถ้าคณะกรรมการ
มิได้กำหนดตำแหน่งก็ถือว่าเป็นกรรมการกลาง
ข้อ 14. คณะกรรมการของสมาคมสามารถอยู่ในตำแหน่งได้คราวละ 2 ปี และเมื่อคณะกรรมการอยู่ในตำแหน่งครบกำหนด
ตามวาระ แล้วแต่คณะกรรมการชุดใหม่ ยังไม่ได้รับอนุญาตให้จดทะเบียนจากทางราชการก็ให้คณะกรรมการที่
ครบกำหนดวาระรักษาการไปพลางก่อน จนกว่าคณะกรรมการชุดใหม่จะได้รับอนุญาตให้จดทะเบียนจากทางราชการ
เป็นที่เรียบร้อย ก็ให้ทำการส่งและรับมอบงานกันระหว่างคณะกรรมการชุดเก่าและคณะกรรมการชุดใหม่ให้เป็นที่
เสร็จสิ้นภายใน 30 วันนับตั้งแต่วันที่คณะกรรมการชุดใหม่ได้รับอนุญาตให้จดทะเบียนจากทางราชการ ข้อ 15. ตำแหน่งกรรมการสมาคม ถ้าต้องว่างลงก่อนครบตามกำหนดวาระ ก็ให้นายกสมาคมแต่งตั้งสมาชิกสามัญคนใด
คนหนึ่งที่เห็นสมควรเข้าดำรงตำแหน่งแทนตำแหน่งที่ว่างลงนั้น แต่ผู้ที่ดำรงตำแหน่งแทนอยู่ในตำแหน่งได้เท่ากับ
วาระของผู้ที่ตนแทนเท่านั้น ข้อ 16. กรรมการอาจพ้นจากตำแหน่ง ซึ่งมิใช่เป็นการออกตามวาระด้วยเหตุผลต่อไปนี้
16.1 ตาย
16.2 ลาออก
16.3 ขาดจากสมาชิกภาพ
16.4 ที่ประชุมใหญ่มีมติให้ออกจากตำแหน่ง ข้อ 17. กรรมการที่ประสงค์จะลาออกจากตำแหน่งกรรมการให้ยื่นใบลาออกเป็นลายลักษณ์อักษรต่อคณะกรรมการ
และให้พ้นจากตำแหน่งเมื่อคณะกรรมการมีมติให้ออก ข้อ 18. อำนาจและหน้าที่ของคณะกรรมการ
18.1 ออกระเบียบปฏิบัติต่างๆ เพื่อให้สมาชิกยึดถือปฏิบัติโดยระเบียบปฏิบัติจะต้องไม่ขัดกับข้อบังคับนี้
18.2 แต่งตั้ง และถอดถอนเจ้าหน้าที่สมาคม
18.3 แต่งตั้งกรรมการที่ปรึกษา หรืออนุกรรมการ แต่กรรมการที่ปรึกษาหรืออนุกรรมการที่ได้รับแต่งตั้ง
จะสามารถอยู่ในตำแหน่งได้ไม่เกินวาระของคณะกรรมการที่แต่งตั้ง
18.4 เรียกประชุมใหญ่สามัญประจำปี และประชุมใหญ่วิสามัญ
18.5 แต่งตั้งคณะกรรมการตำแหน่งอื่นๆ ที่ยังมิได้กำหนดไว้ในข้อบังคับนี้
18.6 บริหารกิจการของสมาคม เพื่อให้เป็นไปตามวัตถุประสงค์ตลอดจนมีอำนาจอื่นๆ ตามที่ข้อบังคับได้กำหนดไว้
18.7 รับผิดชอบในกิจการทั้งหมด รวมทั้งการเงินและทรัพย์สินทั้งหมดของสมาคม
18.8 จัดให้มีการประชุมใหญ่วิสามัญ ตามที่สมาชิกสามัญจำนวนไม่น้อยกว่า 50 คน เข้าชื่อร้องขอให้จัดประชุมใหญ่
วิสามัญขึ้น
ซึ่งการนี้จะต้องจัดให้มีการประชุมใหญ่วิสามัญขึ้นภายใน 20 วัน นับแต่วันที่ได้รับหนังสือร้องขอ
18.9 จัดทำเอกสารหลักฐานต่างๆ ที่เกี่ยวกับการเงิน ทรัพย์สิน และการดำเนินกิจการต่างๆ ของสมาคมให้ถูกต้อง
ตามหลักวิชาการ
และสามารถจะให้สมาชิกตรวจดูได้เมื่อสมาชิกร้องขอ
18.10 จัดทำบันทึกการประชุมต่างๆ ของสมาคมให้ถูกต้องตามหลักวิชาการและสามารถจะให้สมาชิกได้รับทราบ
18.11 หน้าที่อื่นๆ ตามที่ข้อบังคับได้กำหนดไว้ ข้อ 19. คณะกรรมการจะต้องประชุมกันอย่างน้อย 3 เดือนต่อ 1 ครั้ง เพื่อปรึกษาหารือเกี่ยวกับการบริหารกิจการของสมาคม ข้อ 20. การประชุมคณะกรรมการ จะต้องมีคณะกรรมการเข้าร่วมการประชุมไม่น้อยกว่าครึ่งหนึ่งของคณะกรรมการทั้งหมด
จึงจะถือว่าครบองค์ประชุมมติของที่ประชุมคณะกรรมการถ้าข้อบังคับมิได้กำหนดไว้เป็นอย่างอื่นก็ให้ถือคะแนนเสียง
มากเป็นเกณฑ์ แต่ถ้าคะแนนเสียงเท่ากันก็ให้ประธานในการประชุมเป็นผู้ชี้ขาด ข้อ 21. ในการประชุมคณะกรรมการ ถ้านายกสมาคมและอุปนายกสมาคมไม่อยู่ในที่ประชุมหรือไม่สามารถปฏิบัติหน้าที่ได้
ก็ให้กรรมการที่เข้าร่วมประชุมในคราวนั้นเลือกตั้งกันเองเพื่อให้กรรมการคนใดคนหนึ่งทำหน้าที่เป็นประธาน
ในการประชุมคราวนั้น
หมวดที่ 4
การประชุมใหญ่
ข้อ 22. การประชุมใหญ่ของสมาคมมี 2 ชนิด คือ
22.1 การประชุมใหญ่สามัญ
22.2 การประชุมใหญ่วิสามัญ ข้อ 23. คณะกรรมการจะต้องจัดให้มีการประชุมใหญ่สามัญประจำปี ปีละ 1 ครั้ง ข้อ 24. การประชุมใหญ่วิสามัญอาจจะมีขึ้นได้ก็โดยเหตุที่คณะกรรมการเห็นควรจัดให้มีขึ้นหรือเกิดขึ้นด้วยการเข้าชื่อ
ร่วมกันของสมาชิกไม่น้อยกว่า 50 คน ร้องขอต่อคณะกรรมการให้จัดมีขึ้น
ข้อ 25. การแจ้งกำหนดนัดประชุมใหญ่ ให้เลขานุการรับผิดชอบส่งหนังสือนัดประชุมใหญ่ไปยังสมาชิกทุกคนที่มีชื่อใน
ทะเบียนของสมาคมก่อนวันนัดประชุมไม่น้อยกว่า 7 วัน โดยระบุวัน เวลา สถานที่ ระเบียบวาระการประชุม และจัดส่งรายละเอียด และเอกสารที่เกี่ยวข้องตามควรไปพร้อมกันด้วยกับให้ประกาศแจ้งกำหนดนัดประชุมไว้
ณ สำนักงานของสมาคมก่อนวันนัดประชุมไม่น้อยกว่า 7 วัน ข้อ 26. การประชุมใหญ่สามัญประจำปีจะต้องมีวาระการประชุมอย่างน้อยดังต่อไปนี้
26.1 แถลงกิจการที่ผ่านมาในรอบปี
26.2 แถลงบัญชีรายรับ รายจ่าย และบัญชีงบดุลของปีที่ผ่านมาให้สมาชิกรับทราบ
26.3 เลือกตั้งคณะกรรมการชุดใหม่เมื่อครบกำหนดวาระ
26.4 เลือกตั้งผู้ตรวจบัญชี
26.5 เรื่องอื่นๆ ถ้ามี ข้อ 27. ในการประชุมใหญ่สามัญประจำปี หรือการประชุมใหญ่วิสามัญ จะต้องมีสมาชิกสามัญเข้าร่วมประชุมไม่น้อยกว่า
ครึ่งหนึ่งของสมาชิกสามัญทั้งหมด จึงจะถือว่าครบองค์ประชุม แต่ถ้าเมื่อถึงกำหนดเวลาประชุมยังมีสมาชิกสามัญ
เข้าร่วมประชุมไม่ครบองค์ประชุม ให้คณะกรรมการของสมาคมเรียกประชุมใหญ่อีกครั้งหนึ่ง โดยจัดให้มีการ
ประชุมขึ้นภายใน 14 วัน นับแต่วันที่นัดประชุมครั้งแรก สำหรับการประชุมในครั้งหลังนี้ ถ้ามีสมาชิกสามัญ
เข้าร่วมประชุมเป็นจำนวนเท่าใด ก็ให้ถือว่าครบองค์ประชุม ยกเว้นถ้าเป็นการประชุมใหญ่วิสามัญที่เกิดขึ้นจาก
การร้องขอของสมาชิก ก็ไม่ต้องจัดประชุมใหญ่ ให้ถือว่าการประชุมเป็นอันยกเลิก ข้อ 28. การลงมติต่างๆ ในที่ประชุมใหญ่ ถ้าข้อบังคับไม่ได้กำหนดไว้เป็นอย่างอื่นก็ให้ถือคะแนนเสียงข้างมากเป็นเกณฑ์
แต่ถ้าคะแนนเสียงที่ลงมติมีคะแนนเสียงเท่ากัน ก็ให้ประธานในที่ประชุมเป็นผู้ชี้ขาด
ข้อ 29. ในการประชุมใหญ่ของสมาคม ถ้านายกสมาคม และอุปนายกสมาคมไม่มาร่วมประชุมหรือไม่สามารถปฏิบัติหน้าที่
ได้ก็ให้ที่ประชุมใหญ่ทำการเลือกตั้งกรรมการที่มาร่วมประชุมคนใดคนหนึ่งให้ทำหน้าที่เป็นประธานในที่ประชุม
คราวนั้น
หมวดที่ 5
การเงินและทรัพย์สิน
ข้อ 30. การเงินและทรัพย์สินทั้งหมดให้อยู่ในความรับผิดชอบของคณะกรรมการ เงินสดของสมาคมถ้ามีให้นำมาฝากใน
สหกรณ์ออมทรัพย์หรือธนาคารพาณิชย์อื่น ข้อ 31. การลงนามในตั๋วเงินหรือเช็คของสมาคม จะต้องมีลายมือชื่อของนายกสมาคม หรือผู้ทำการแทนที่ได้รับมอบหมาย
ลงนามร่วมกับเหรัญญิกหรือเลขานุการพร้อมกับประทับตราสมาคมจึงจะถือว่าใช้ได้ ข้อ 32. ให้นายกสมาคมมีอำนาจสั่งจ่ายเงินได้ไม่เกินครั้งละ 50,000 บาท (ห้าหมื่นบาทถ้วน) ถ้าเกินจากนั้นจะต้อง
ได้รับอนุมัติจากคณะกรรมการ และคณะกรรมการจะอนุมัติให้จ่ายเงินได้ครั้งละไม่เกิน 500,000 บาท
(ห้าแสนบาทถ้วน) ถ้าจำเป็นจะต้องจ่ายเกินกว่านี้ต้องได้รับอนุมัติจากที่ประชุมใหญ่ของสมาคม ข้อ 33. ให้เหรัญญิก มีอำนาจเก็บรักษาเงินสดของสมาคมได้ไม่เกิน 5,000 บาท (ห้าพันบาทถ้วน) ถ้าเกินกว่านี้จะต้อง
นำฝากธนาคาร ในบัญชีของสมาคมในทันทีที่โอกาสอำนวยให้
ข้อ 34. เหรัญญิก จะต้องทำบัญชีรายรับ รายจ่าย และงบดุลให้ถูกต้องตามหลักวิชาการ การรับหรือการจ่ายเงินทุกครั้ง
จะต้องมีหลักฐานเป็นหนังสือ ลงลายมือชื่อของนายกสมาคมหรือผู้ทำการแทนที่ได้รับมอบหมายพร้อมกับประทับ
ตราของสมาคมทุกครั้ง ข้อ 35. ผู้สอบบัญชี จะต้องมิใช่กรรมการหรือเจ้าหน้าที่ของสมาคม และจะต้องเป็นผู้สอบบัญชีที่ได้รับอนุญาต ข้อ 36. ผู้สอบบัญชี มีอำนาจหน้าที่จะเรียกเอกสารที่เกี่ยวกับการเงินและทรัพย์สินจากคณะกรรมการและสามารถ
จะเชิญกรรมการ หรือเจ้าหน้าที่ของสมาคมเพื่อสอบถามเกี่ยวกับบัญชีและทรัพย์สินของสมาคมได้ ข้อ 37. คณะกรรมการ จะต้องให้ความร่วมมือกับผู้สอบบัญชีเมื่อได้รับการร้องขอ
หมวดที่ 6
การเปลี่ยนแปลงแก้ไขข้อบังคับและการเลิกสมาคม
ข้อ 38. ข้อบังคับของสมาคมจะเปลี่ยนแปลงแก้ไขได้โดยมติของที่ประชุมใหญ่เท่านั้น มติของที่ประชุมใหญ่ในการ
เปลี่ยนแปลงแก้ไขข้อบังคับจะต้องมีคะแนนเสียงไม่น้อยกว่า 2 ใน 3 ของสมาชิกสามัญที่เข้าร่วมประชุมทั้งหมด ข้อ 39. การเลิกสมาคม จะเลิกได้โดยมติที่ประชุมใหญ่ของสมาคม ยกเว้นเป็นการเลิกเพราะเหตุของกฎหมาย มติของ
ที่ประชุมใหญ่ ให้เลิกสมาคมจะต้องมีคะแนนเสียงไม่น้อยกว่า 3 ใน 4 ของสมาชิกสามัญที่เข้าร่วมประชุมทั้งหมด
และองค์ประชุมใหญ่จะต้องไม่น้อยกว่าครึ่งหนึ่งของสมาชิกสามัญทั้งหมด
ข้อ 40. เมื่อสมาคมต้องเลิกไม่ว่าด้วยเหตุใดๆ ก็ตามทรัพย์สินของสมาคมที่เหลืออยู่หลังจากการที่ได้ชำระบัญชีเป็นที่
เรียบร้อยแล้วให้ตกเป็นของมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์
เพื่อนำไปใช้ในกิจกรรมของคณะประมง
มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์
หมวดที่ 7
บทเฉพาะกาล
ข้อ 41. ข้อบังคับฉบับนี้ ให้บังคับใช้ตั้งแต่วันที่สมาคมได้รับอนุญาตให้จดทะเบียนข้อบังคับนี้เป็นต้นไป
ข้อ 42. ให้ศิษย์เก่าที่จบการศึกษาในหลักสูตรของคณะประมง มหาวิทยาศาสตร์ ก่อนการจัดตั้งสมาคมให้ถือว่าเป็น
สมาชิกของสมาคมโดยอัตโนมัติ ข้อ 43. ให้กรรมการชุดแรกหมดวาระ เมื่อมีการประชุมใหญ่สามัญประจำปี และมีการเลือกตั้งนายกสมาคมตามข้อบังคับนี้
คณะกรรมการบริหารสมาคมนิสิตเก่าคณะประมง มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์
(ประจำปี 2549-2551)
| 1. นางประจวบ หลำอุบล |
นายกสมาคม |
| 2. นายจรัลธาดา กรรณสูต |
อุปนายก |
| 3. นายยนต์ มุสิก |
อุปนายก |
| 4. นางอุทัยรัตน์ ณ นคร |
กรรมการและปฏิคม |
| 5. นางสาวมณฑิรา เปี่ยมทิพย์มนัส |
กรรมการและผู้ช่วยปฏิคม |
| 6. นางสันทนา ดวงสวัสดิ์ |
กรรมการและผู้ช่วยปฏิคม |
| 7. นายสุริยัน ธัญกิจจานุกิจ |
กรรมการและนายทะเบียน |
| 8. นายจุฬ สินชัยพานิช |
กรรมการและประชาสัมพันธ์ |
| 9. นางสาวเสาวมล ภูตีกา |
กรรมการและผู้ช่วยประชาสัมพันธ์ |
| 10. นายทวีป บุญวานิช |
กรรมการและสวัสดิการ |
| 11. นายธานินทร สิงหะไกรวรรณ |
กรรมการและผู้ช่วยสวัสดิการ |
| 12. นายกรวิทย์ จันทร์กุศล |
กรรมการและผู้ช่วยสวัสดิการ |
| 13. นางมยุรี จัยวัฒน์ |
กรรมการและเหรัญญิก |
| 14. นายธีระ เล็กชลยุทธ |
กรรมการและเลขาธิการ |
| 15. นายชัยโย กาญจนอักษร |
กรรมการและผู้ช่วยเลขาธิการ |
สมาคมนิสิตเก่าคณะประมง
มหวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ได้รับอนุญาตให้จดทะเบียน เมื่อวันที่ 25 กรกฎาคม 2549
ทะเบียนเลขที่ี จ.4535/2549
สมาคมนิสิตเก่าคณะประมง มก.
คณะประมง มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ เลขที่ 50 ถนนพหลโยธิน แขวงลาดยาว เขตจตุจักร กรุงเทพฯ 10900
โทร.(02) 942-8894 โทรสาร (02) 942-8894 |